2.20.2556

Important Information :
A 21 year old guy had worn a pair of contact lenses during a barbecue party.(An event or meal at which food is cooked outdoors over an open grill or fire)
While barbecuing he stared at the fire charcoals continuously for 2-3 minutes.
After a few minutes, he started to scream for help and moved rapidly, jumping up and down.
No one in the party knew why he was doing this?
Then he admitted into the Hospital, the doctor said he'll be blind permanently because of the contact lenses that he had worn.
Contact lenses are made by plastics, and the heat from the charcoal melted his contact lenses.
DO NOT WEAR CONTACT LENSES WHERE OVERHEATING AND FLAMES ARE CONCERNED.... OR WHILE COOKING...!
Friends if u feel the information is important, Please share this message to all your near & dear ones. —
ส่วนบนของฟอร์ม
ส่วนล่างของฟอร์ม
Apple Darika มี ชายอายุ 21ปีใส่คอนแทคเลนส์ แล้วไปงานBarbecue Party ขณะที่ย่างเนื้อเขามองไปที่เตาถ่านแค่2-3นาทีแล้วก็ร้องเรียกให้คนช่วย พอไปถึงโรงพยาบาลหมอบอกว่าเขาต้องตาบอดถาวรเพราะคอนแทคเลนส์ที่เขาใส่อยู่ ได้ละลายเพราะไฟของเตาถ่านค่ะ
อย่าใส่คอนแทคเลนส์ขณะปิ้งย่างหรือทำอาหารโดยใช้เตาไฟ และระวังอย่าใส่เวลาอยู่ในที่ร้อนจัดๆนะคะ

2.17.2556

5 วิธีปรับโฉมระบบเผาผลาญ (Lisa) 
ระบบเผาผลาญพลังงานของคุณส่งผลต่อการใช้พลังงาน ซึ่งส่งผลต่อการลดน้ำหนักในท้ายที่สุด และถึงแม้เราจะไม่อาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบเผาผลาญของเราได้ คุณก็สามารถปรับโฉมมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยวิธีง่าย ๆ ต่อไปนี้ 
1. เลิกไดเอต 
กินให้ดีต่อสุขภาพและอย่าจำกัดตัวเองเกินไป การไดเอตทำให้ระบบเผาผลาญของคุณช้าลง และหลอกให้ร่างกายคิดว่าคุณกำลังอดตาย ดังนั้น แทนที่จะลดไขมันได้ ร่างกายจะสะสมไขมันแทน 

2. เคลื่อนไหวซะหน่อย 
การออกกำลังเผาผลาญแคลอรี่ และแทนที่การสะสมไขมันด้วยกล้ามเนื้อซึ่งเผาผลาญไขมันมากกว่า การออกกำลังยังเพิ่มอัตราเผาผลาญได้ราว 10 เปอร์เซ็นต์ การยกน้ำหนักก็เป็นการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและยิ่งคุณมีกล้ามเนื้อมากเท่าไร ก็จะยิ่งเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเท่านั้น 

3. กินอย่างมีสติ 
การเลิกกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ช่วยอะไร เพราะแคลอรี่ทั้งหมดจากอาหารไม่ได้ถูกเก็บสะสมเป็นไขมันทั้งหมด เช่น ถ้าคุณกินคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น 100 แคลอรี่ 23 แคลอรี่จะถูกใช้ไปในการย่อยและเผาผลาญอาหาร และ 77 แคลอรี่จะถูกเก็บเป็นไขมัน แต่ถ้าคุณกินไขมันเพิ่มขึ้น 100 แคลอรี่ เพียง 3 แคลอรี่จะถูกใช้ไปในการย่อยสลายอาหาร และ 97 แคลอรี่จะถูกเก็บสะสมไว้ 

4. กินบ่อย ๆ 
การกินทุก 3-4 ชั่วโมงทำให้คุณไม่หิวเกินไป และป้องกันการเข้าสู่ภาวะอดอยากของร่างกาย คุณยังไม่ควรงดอาหารเช้า เพราะเมื่อคุณไม่กินอาหารเป็นเวลานาน ๆ ร่างกายจะคิดว่าตัวเองกำลังจะอดตาย และปิดตัวเองเพื่อเก็บพลังงานต่าง ๆ ไว้ และไม่อาจเผาผลาญพลังงานได้อย่างที่ควรจะเป็น 

5. พักผ่อนให้พอ 
ถ้าคุณนอนไม่พอ ร่างกายจะคิดว่ามันกำลังเครียด และหลั่งคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ออกมาในปริมาณสูง ซึ่งส่งเสริมการสะสมไขมันที่หน้าท้อง และนั่นอาจทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้น กินให้ดี นอนให้พอ แล้วระบบเผาผลาญก็จะทำหน้าที่อย่างดีเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร Lisa

2.08.2556

กินผักตามฤดู 12 เดือน (Momypedia) 
อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า ผักสีเขียว ๆ จะช่วยให้เราผิวพรรณผ่องใส และระบบการขับถ่ายทำงานดีขึ้น ยิ่งถ้าเราได้รับประทานผักสด ๆ ด้วยแล้ว จะยิ่งได้วิตามินซีตามไปด้วย นอกจากนั้นผักทุกประเภทยังอุดมไปด้วยสารโพแทสเซียม ซึ่งช่วยให้เกิดภาวะสมดุลในร่างกายของเรา 
เมื่อรู้ถึงคุณประโยชน์ของผักอย่างนี้แล้ว เห็นทีคงต้องอาศัยข้อมูลจาก รศ.ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล หัวหน้าฝ่ายมนุษยโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา มาเล่าสู่กันฟังว่า ถ้าจะเลือกผักตามฤดูกาลเพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษ ในแต่ละเดือนเราควรเลือกผักประเภทไหนที่เหมาะสม 
เดือนมกราคม 
แครอต กระหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดเขียวปลี และปวยเล้ง 
คุณค่าทางสารอาหาร : ผักกาดเขียวและปวยเล้งจะมีแคลเซียมสูง และมีเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา และเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย ส่วนแครอตจะให้สารเบต้าแคโรทีน กรรมวิธีการปรุงเราสามารถหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อนำมาผัดหรือใส่ลงในซุปได้ 
เดือนกุมภาพันธ์ 
มะเขือเทศ ผักโขม แตงกวา 
คุณค่าทางสารอาหาร : เม็ดแตงกวาและเปลือกจะให้ใยอาหาร ผักโขมมีเบต้าแคโรทีนสูง ส่วนมะเขือเทศจะให้สารแคโรตินอยด์ ที่ช่วยต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น หรือต้านอนุมูลอิสระ (ภาวะชะลอความเสื่อมของร่างกาย) เราสามารถนำมาซอยให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อใส่ในน้ำซุป หรือผัดลงในข้าว หรือในไข่เจียวก็ได้ทั้งนั้น 
เดือนมีนาคม 
ผักกวางตุ้ง เห็ดฟาง ถั่วฝักยาว หอมใหญ่ คะน้า 
คุณค่าทางสารอาหาร : ผักคะน้าจะมีแคลเซียมสูง แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าขม ดังนั้น ถ้าเราหั่นใบเป็นชิ้นฝอย ๆ และลอกก้านคะน้าให้เหลือเพียงสีขาวใส ๆ แล้วนำมาผัดโดยเพิ่มแครอตผสมเข้าไปในข้าว จะทำให้อาหารมื้อนั้นอร่อยถูกปากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นคะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารเบต้าแคโรทีนด้วย ส่วนถั่วฝักยาวควรล้างให้สะอาดๆ แล้วรับประทานสดๆ เพื่อจะได้ปริมาณวิตามินซีอย่างเต็มที่ 
เดือนเมษายน 
หอมใหญ่ ถั่วฝักยาว เห็ดฟาง 
คุณค่าทางสารอาหาร : หอมใหญ่มีสารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย เราสามารถซอยหอมใหญ่แล้วนำมาผัดกับข้าวผัด ทำให้ข้าวผัดนั้นมีรสชาติหวานขึ้น ส่วนเห็ดฟางก็นำมาใส่ลงในแกงจืดเปลี่ยนรสชาติของอาหาร ทำให้ไม่น่าเบื่อ 
เดือนพฤษภาคม 
ถั่วพู หอมใหญ่ มะละกอดิบ 
คุณค่าทางสารอาหาร : มะละกอดิบเอามาทำส้มตำ เท่ากับได้รับประทานผักสด ๆ ซึ่งจะได้รับวิตามินซีเพิ่มขึ้นนะคะ สำหรับถั่วพู นำมาหั่นฝอยผสมไก่หรือหมูสับทอด เป็นทางเลือกที่หลากหลายในการเพิ่มแร่ธาตุแคลเซียมและใยอาหาร 
เดือนมิถุนายน 
ดอกกุยฉ่าย คะน้า เห็ด 
คุณค่าทางสารอาหาร : ดอกกุยช่ายจะอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้างสารพันธุกรรม และช่วยไม่ให้เกิดภาวะโลหิตจางชนิดหนึ่ง ส่วนเห็ดจะให้โปรตีน และคะน้าจะมีแคลเซียมสูง 
เดือนกรกฎาคม 
ยอดตำลึง ผักบุ้งไทย 
คุณค่าทางสารอาหาร : ผักบุ้งหรือผักที่มีสีเขียวเข้มจะให้สารเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตาและต้านอนุมูลอิสระ ส่วนผักตำลึงจะให้สารเบต้าแคโรทีนเช่นกัน มีเมนูที่ทำง่าย ๆ ได้คุณค่า เช่น ใส่ลงไปในไข่เจียว หรือต้มจืดรับประทานก็ได้
เดือนสิงหาคม 
ผักกระเฉด หัวปลี ข้าวโพด 
คุณค่าทางสารอาหาร : หัวปลีจะมีใยอาหารค่อนข้างมาก ช่วยในเรื่องการขับถ่าย ส่วนข้าวโพดซึ่งจัดเป็นธัญพืชจะมีเบต้าแคโรทีนสูง ผักกระเฉดจะช่วยเรื่องขับถ่าย และเป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูงเช่นกัน แต่ระวังในการเลือกซื้อด้วยนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้มีการใส่สารที่เป็นอันตรายทำให้ผักดูสดใหม่อยู่เสมอ 
เดือนกันยายน 
ผักกระเฉด กวางตุ้ง บวบ 
คุณค่าทางสารอาหาร : กวางตุ้งอุดมไปด้วยแคลเซียม และเบต้าแคโรทีน ส่วนบวบจะให้ใยอาหารค่อนข้างสูง 
เดือนตุลาคม 
มะระ ถั่วพู สายบัว ผักกระเฉด 
คุณค่าทางสารอาหาร : มะระเป็นผักสมุนไพรที่ให้วิตามินซีสูง (ถ้ารับประทานดิบ ๆ) เราสามารถทำเป็นเมนูแกงจืดหรือตุ๋นก็ได้ โดยคว้านไส้ในออกแล้วสอดหมูบดลงไป ส่วนผักกระเฉดและสายบัวควรล้างให้สะอาด ๆ ก่อนนำไปบริโภค 
เดือนพฤศจิกายน 
ผักกาดขาว สายบัว 
คุณค่าทางสารอาหาร : ผักกาดขาวมีเบต้าแคโรทีนสูง ส่วนสายบัวให้ใยอาหารช่วยในเรื่องขับถ่าย 
เดือนธันวาคม 
ถั่วแขก ถั่วลันเตา กะหล่ำปลี 
คุณค่าทางสารอาหาร : กะหล่ำปลีหรือกะหล่ำดอกสดเป็นแหล่งของวิตามินซีอย่างดี เราสามารถนำมาผัด หรือต้มโดยใส่หมู หรือรับประทานสด ๆ ก็ได้ ส่วนถั่วลันเตาเป็นผักที่มีโปรตีนค่อนข้างสูง และมีใยอาหารสูง 
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับผักตามฤดูกาลต่าง ๆ ที่แนะนำ คราวหน้า คงจะมีโอกาสได้เลือกผักเขียวๆ ตามใจชอบ แถมยังปลอดสารพิษด้วย ทีนี้ครอบครัวของคุณก็จะก้าวเดินอยู่บนเส้นทางสายสุขภาพกันแล้วล่ะ