10.26.2556

เงินพดด้วง

27 ตุลาคม พ.ศ. 2447 ประกาศเลิกใช้ เงินพดด้วง ทุกชนิด เนื่องจากความต้องการเงินตราไทยมีมากเพราะการค้าระหว่างประเทศขยายตัว การผลิตเงินพดด้วงไม่ทันใช้ รัชกาลที่ 5 จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ออกประกาศลงวันที่ 27 ตุลาคม 2447 มีความสำคัญว่า ได้โปรดให้สั่งว่า เงินพดด้วงซึ่งได้จำหน่ายออกจากพระคลังฯ ใช้กันแพร่หลายอยู่ในพระราชอาณาจักรเวลานี้ มีลักษณะปลอมแปลงได้ง่าย สมควรให้เลิกใช้เงินพดด้วงเสีย โดยตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2447 เป็นต้นไป ให้เลิกใช้เงินพดด้วงทุกชนิด ยกเป็นเงินตราที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

10.23.2556

เวียนศีรษะ

                ใครที่เวียนศีรษะอยากให้อ่านและลองทำกันนะคะ
สมุนไพรรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
สวัสดีค่ะคุณเต่าญี่ปุ่นและพี่น้องบ้านกลมกลิ้ง ได้ทราบข่าวเรื่องคุณเต่าญี่ปุ่นกำลังประสบกับโรคเวียนศีรษะที่เกิดจากน้ำใน หูไม่สมดุล
จึงอยากเสนอยาของแพทย์ทางเลือก ซึ่งเคยใช้ได้ผลกับตัวเอง
เมื่อหลายปีก่อนเคยเป็นโรคนี้เหมือนกันค่ะ เป็นโรคที่ทรมานสุดๆ
มีอาการเป็นพักๆ เป็นๆหายๆ วันอันหนึ่งได้อ่านหนังสือนิตยสารดิฉัน มีคอลัมน์ชื่อเป็นหู เป็นตา ผู้ เขียนคือ คุณศิเรมอร อุณหธูป เธอเขียนว่ารู้จักกับคุณประกายเพชร ซึ่งเป็นแพทย์ทางเลือก แล้วได้ตำรายาปรับน้ำในหูให้สมดุลมาจากคุณประกายเพชร เลยลองทำ ยาทานตามที่คุณประกายเพชรแนะนำ แปลกจังตั้งแต่นั้นจนปัจจุบันนี้ไม่เคยเป็นโรคนี้อีกเลย เดชะบุญจริงๆยังนึกขอบพระคุณคุณศิเรมอร อุณหธูป และคุณประกายเพชร ที่ทำให้เราไม่ต้องทรมานด้วยโรคนี้อีกต่อไป 

แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลทุกคนหรือเปล่านะคะ อยากให้ลองเผื่อจะช่วยได้
ยาแก้อาการมึนงงจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

คุณประกายเพชรแนะนำให้ตำพริกไทยดำ 3 เม็ดจนละเอียด
ชงกับน้ำร้อน1ถ้วย รอจนน้ำเริ่มอุ่นตัวเสียก่อนจึงเติมน้ำผึ้งแท้ๆลง
ไป 1 ช้อนกาแฟ คนให้เข้ากัน ดื่มทุกวันตอนไหนก็ได้ 

เธอรับรองว่าหายเลย เพราะช่วยปรับสมดุลน้ำในหูโดยตรง
จะได้ไม่ต้องผ่าหรือขึ้นเขียง

ตอนที่เป็นโรคนี้ส่วนตัวแล้วคิดว่าพริกไทย 3 เม็ดนี้ดูจะน้อยไป
เลยตักพริกไทยดำบดละเอียดใส่ไปแบบไม่ได้นับเม็ด แต่ก็ไม่มากจนกลืนไม่ลง จิบบ่อยๆ พอหายขาดแล้วก็ไม่ได้ทำอีกเลยค่ะ

ขออวยพรให้คุณเต่าหายจากอาการนี้โดยเร็วนะคะ
ขอลงตำรายาอีกตัวที่คุณประกายเพชรได้แนะนำไว้ เพราะเห็นว่าสมาชิกบ้านนี้เดินทางข้ามประเทศกันบ่อย เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
สำหรับคนที่มีอาการตะครั่นตะครอเนื่องจากการเปลี่ยนที่ เปลี่ยนอากาศ คุณประกายเพชรเธอมีคนไข้เป็นพวกสจ๊วตกับแอร์โฮสเตส
ที่ต้องเดินทางขึ้นเครื่องไปประเทศต่างๆ แล้วไม่สบาย เธอได้ให้ทำแบบนี้ค่ะ

ให้ตำพริกไทยดำ 15 เม็ด
ลูกกระวาน 2 เม็ด 
เม็ดผักชี 1 ช้อนกาแฟ
ตำ ให้ละเอียดใส่ขวดแก้วเล็กๆ พกติดกระเป๋าไปบินด้วย หากมีอาการตะครั่น ตะครอเนื่องจากการเปลี่ยนที่ เปลี่ยนอากาศ จะได้เทผสมน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ (แบบmug) รอให้น้ำอุ่นแล้วเติมน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนกาแฟ ชงให้เข้ากันแล้วดื่ม ขณะที่อุ่นๆค่อนไปในทางร้อน (ย้ำ สูตรนี้สำหรับคนที่อยู่ไม่เป็นที่ต้องเดินทางบ่อย เดินทางข้ามประเทศ ข้ามทวีป) 
ยังมียาตัวอื่นรักษาโรค กระเพาะ ลำไส้ของคุณประกายเพชรแนะนำไว้อีกบ้าง ถ้าเพื่อนๆสนใจ จะทยอยนำมาลงให้นะคะ แต่ตอนนี้ขอลงยารักษาอาการที่คุณเต่าญี่ปุ่น กำลังเป็นอยู่ก่อนค่ะ
Link    http://www.pantown.com

น้ำในหูไม่เท่ากัน

ใครที่เวียนศีรษะอยากให้อ่าน
วิธีรักษาโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
คุณเคยมีอาการแบบนี้ไหม...
อยู่ดีๆ แท้ๆ ก็เกิดอาการเหมือนโลกหมุนติ้วอยู่รอบๆ ตัว หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน กระเพาะอาหารเริ่มปั่นป่วน พร้อมจะอาเจียนออกมาได้ทุกเมื่อ ในหูมีเสียงดังอยู่ตลอดเวลา
เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์อาจจะบอกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า คุณเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ที่จริงแล้ว เรียกว่า โรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ (ฟังชื่อโรคแล้วบ้านยิ่งหมุนหนักกว่าเดิม)
หูคนเราประกอบด้วยหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน
หูชั้นในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่มีลักษณะคล้ายก้นหอย ทำหน้าที่รับเสียง อีกส่วนหนึ่งเป็นอวัยวะรูปร่างคล้ายเกือกม้า 3 อัน ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว
หูชั้นในนอกจากจะแบ่งตามหน้าที่แล้ว ยังแบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกระดูก กับส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ส่วนที่เป็นกระดูกจะห่อหุ้มส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายใน ภายในส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายในจะมีของเหลวอยู่
เมื่อเกิดโรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ ของเหลวที่อยู่ภายในส่วนที่เป็นเยื่อหุ้มภายในจะคั่งมาก ทำให้การไหลเวียนไม่สะดวก แรงดันที่เพิ่มขึ้นในหูชั้นในจะขัดขวางการทำงานของกระแสประสาทที่เกี่ยวกับ การได้ยินและการทรงตัว ทำให้สูญเสียการได้ยินและความสมดุล เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้น เมื่อแรงดันมากขึ้นผู้ป่วยจะรู้สึกตึงๆ ในหูข้างที่ผิดปกติ
อาการของโรค
- อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นอาการที่พบได้บ่อย ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก ลักษณะอาการคือจะเกิดขึ้นในทันทีทันใด อาจจะเป็นอยู่นานกว่า 20 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมง อาการดังกล่าวมักเป็นรุนแรง แต่ไม่ทำให้หมดสติหรือเป็นอัมพาต เมื่อหายเวียนศีรษะ ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนเป็นปกติ
- หูอื้อ อาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ ถ้าเป็นระยะแรกๆ การสูญเสียการได้ยินจะเป็นแค่ชั่วคราว หลังจากหายเวียนศีรษะแล้ว การได้ยินจะกลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการเวียนศีรษะบ่อยๆ หรือเป็นมานาน อาการหูอื้อมักจะเป็นถาวร บางครั้งอาจถึงขั้นหูหนวกไปเลยก็เป็นได้
- เสียงดังในหู ผู้ป่วยจะมีเสียงดังในหูข้างที่ผิดปกติร่วมด้วย เสียงดังในหูอาจเป็นตลอดเวลาหรือเป็นเฉพาะขณะที่เวียนศีรษะก็ได้
- อาการตึงๆ ภายในหูคล้ายกับมีแรงดัน เกิดจากแรงดันของน้ำในช่องหูชั้นในที่ผิดปกติ
สาเหตุของโรค
ผู้ป่วยที่เป็นโรคแรงดันน้ำในช่องหูชั้นในผิดปกติ ส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในกลุ่มที่ทราบสาเหตุจะเรียกว่า กลุ่มอาการมีเนีย ได้แก่ โรคซิฟิลิส หูน้ำหนวก เป็นต้น เพราะฉะนั้นโรคนี้จึงรักษาไม่หายขาด เพียงแต่สามารถรักษาอาการเวียนศีรษะให้หายเป็นปกติได้เท่านั้น อาการผิดปกติอาจเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ระยะแรกๆ มักเป็นข้างเดียว แต่เมื่อเป็นนานๆ เข้า โอกาสที่หูข้างที่สองจะเป็นร่วมด้วยก็มีมากขึ้น
การรักษา
ทำได้โดยการควบคุมอาหาร ลดอาหารที่มีรสเค็ม โดยจำกัดเกลือ แนะนำให้เติมเกลือลงในอาหารวันละไม่เกิน 2 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา
การรักษาทางยา ได้แก่
- ยาขับปัสสาวะ เพื่อลดสภาวะอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน
- ยาลดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อาเจียน ควรใช้ในขณะที่มีอาการเท่านั้น
- ยากล่อมประสาทและยานอนหลับ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายและนอนหลับได้เป็นปกติ
- ยาขยายหลอดเลือด เพื่อช่วยลดอาการบวมและคั่งของน้ำในหูชั้นใน
สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาทางยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดให้
ข้อควรปฏิบัติต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่
- ลดภาวะเครียด ควบคุมอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใส
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะเวลานอนหลับ อาจมีเสียงรบกวนในหูมาก จนทำให้นอนไม่หลับได้ ข้อแนะนำคือ เปิดเพลงเบาๆ ขณะนอน เพื่อกลบเสียงที่รบกวนในหู
- หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้อาการแย่ลง
- การบริหารระบบการทรงตัว เป็นการบริหารศีรษะและการทรงตัว ทำให้สมองสามารถปรับตัวได้รวดเร็วขึ้น
- พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น สถานที่ที่มีเสียงดัง แสงแดดจ้า หรืออากาศร้อนอบอ้าว เป็นต้น
- จัดสถานที่ ทั้งที่บ้านและที่ทำงานให้ปลอดภัย ทางเดินที่ต้องเดินเป็นประจำ ควรปราศจากของมีคมหรือตกแตกง่าย
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอันตรายหากเกิดอาการขึ้นมา เช่น การขับรถ
การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำดังกล่าว เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยลดภาวะอาการของโรคลงได้
Link  http://www.panyathai.or.th/

10.21.2556

รางจืด

รางจืด
          เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันกว้างขวางในเรื่องสรรพคุณช่วยลดสารพิษ โดยเฉพาะบรรดาคอเหล้าทั้งหลายมักนิยมนำไปต้มดื่มเพื่อแก้อาการเมาค้างหรือ ถอนพิษเมาค้าง นอกจากรางจืดตัวนี้แล้ว ยังมีว่านรางจืดอีกตัวที่นิยมอมก่อนไปกินเหล้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ไม่เมาเหล้า (แล้วจะกินไปทำไมก็ไม่รู้ให้เปลืองเงิน)
          นอกจากนี้ ชาวบ้านตามชนบททั่วไปยังใช้ถอนพิษเมาเบื่อจากเห็ด โดยส่วนมากชาวชนบทมักจะนิยมเก็บเห็ดไปทาน โดยบางคนก็ไม่มีความรู้ว่าเห็ดที่ตนเก็บมานั้นกินได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้เองที่เรามักพบข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีคนกินเห็ดจนต้องเข้า โรงพยาบาลล้างท้องทุกปี แต่หมอพื้นบ้านเขาต้มล้างจืดให้ดื่มแก้ทางกันไม่นานอาการก็ดีขึ้น
          
สรรพคุณของรางจืดตามตำราใช้รากและเถามาปรุงเป็นยาถอนพิษ แก้พิษเบื่อเมา แก้พิษไข้ หรือใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ส่วนมากจะพบตามร้านขายยาหรือหมอพื้นบ้านที่ใช้รากหรือเถา แต่โดยทั่วไปนั้นจะใช้ใบรางจืดตากแห้งต้มดื่มหรือชงดื่มเป็นชา 
          งานวิชาการหรืองานวิจัยเกี่ยวกับรางจืดยังไม่พบมากนัก จริง ๆ แล้วถ้ามีการส่งเสริมการวิจัยสมุนไพรตัวนี้ให้สามารถใช้ได้ ศึกษาเพิ่มเติมทางคลินิกถึงความปลดภัย น่าจะมีอนาคตไกล ที่สำคัญคุณสมบัติอย่างนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนด้วย
          วิธีใช้ คัดเลือกใบแก่ ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดหรืออบให้แห้ง ใช้ต้มดื่มหรือชงแบบชาเป็นประจำเช้า-เย็น วันละ 1 แก้ว